by www.zalim-code.com

วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556


ครั้งที่ 18
วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556
Sunday 29 September 2013

วันนี้มีเรียนชดเชย และมีงานที่ต้องส่ง  ดังนี้
 1. ทำการทดลองให้อาจารย์ดู
 2. ส่งสิ่งประดิษฐิ์ 2 ชิ้น คือ   ของเล่นวิทยาศาสตร์และมุมวิทยาศาสตร์
 3. ส่งใบงานทั้ง การทดลอง  ของเล่นวิทยาศาสตร์ และมุมวิทยาศาสตร์




 ครั้งที่ 17
วันพุธที่  25 กันยายน พ.ศ. 2553
 Wednesday 17 September 2013
วันนี้อาจารย์ได้ให้สรุปองค์ความรู้ที่ได้มาในวิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยตลอดทั้งเทอมผ่านการทำ Mindmapping เขียนลงในกระดาษระบายสีให้สวยงาม มีดังนี้



สรุปองค์ความรู้ในวิชาการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ความหมายของวิทยาศาสตร์
     - การศึกษาธรรมชาติรอบตัว
     - การศึกษาอย่างมีระบบ
     - การศึกษาอย่างมีเหตุผล
ความสำคัญของวิทยาศาสตร์
     - มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
     - ช่วยพัฒนาความคิดอย่างมีเหตุผล
     - ทำให้เราค้นพบความเปลี่ยนแปลง
     - พัฒนาปรับปรุงสิ่งรอบตัว
พัฒนาการทางสติปัญญา 
     - มีความสามรถในการคิด
     - มีการปฎิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
     - ขั้นพัฒนาการทางวิทยาศตร์
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์
     -เกิดจากที่เส้นใยสมองเชื่อมต่อกัน
     - อุปสรรคของการเรียน
     - ความหมายของการเรียนรู้
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
     - กระบวนการเบื่องต้น
     - วิธีการจัดประสบการณ์
     - กระบวนการผสม
     - วิธีการใช้สื่อ
 
 

ครั้งที่ 16
วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556
Wednesday 16 September 2013

ในวันนี้อาจารย์นัดให้ทำอาหาร คือ ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง ให้มีตัวแทนออกมาเป็นครูสอน และมีนักศึกษาที่ทำเป็นออกมาทำและแสดงเป็นนักเรียน ซึ่งไข่ตุ๋นที่ทำมีรสชาตอร่อย ไม่แข็งจนเกินไป และมีขั้นตอนและวิธีทำดังนี้

ส่วนประกอบและเครื่องปรุง1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. เนื้อกุ้ง (แกะเปลือกออกทั้งหมด)
3. ต้นหอมซอย
4. แครอท บล็อคโคลี่ (ผักสามารถเปลี่ยนได้ตามความต้องการค่ะ)
5. น้ำเปล่า
6. สาหร่าย
7. ปลาแห้ง
8. ซีอิ้วขาว
ขั้นตอนวิธีทำไข่ตุ๋น
1. เริ่มอย่างแรกด้วยการทำน้ำซุปก่อนค่ะ นำน้ำเปล่า ปลาแห้ง และสาหร่ายคนบุใส่หม้อตั้งไฟ ต้มให้ได้ที่ระวังอย่าให้เกิดฟอง จากนั้นกรองด้วยกระชอนตาถี่ก็จะได้น้ำซุปปลาใสพักไว้ให้เย็น

หมายเหตุ : ถ้าไม่สะดวกในการหาส่วนประกอบสามารถใช้ผงซุปสำเร็จปรุงเป็นน้ำซุปได้ค่ะ
2. เติมไข่ไก่  ซีอิ้วขาว (เค็มมากหรือน้อยตามใจชอบค่ะ) จากนั้นค่อยๆเติมน้ำซุปปลาลงไปในชามไข่ระหว่างนี้ก็ตีไข่ไก่ไปด้วยค่ะ
3. กรองไข่ด้วยกระชอนตาถี่ จะได้เนื้อไข่เนียนๆค่ะ
4. ใส่น้ำตั้งซึ่งด้วยไฟแรงจนน้ำเดือดแล้วค่อยวางถ้วยไข่ลงไปนึ่ง นึ่ง 10 นาที ใช้ไฟอ่อน
5. เติมแครอท บล็อคโคลี่ (หรือผักต่างๆตามชอบ) ,กุ้ง บนหน้าไข่ตุ๋น ปิดฝานึ่งต่ออีก 5 นาที
6. โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยเป็นอันเสร็จเรียบร้อย พร้อมเสริฟค่ะ
ข้อแนะนำ : เราสามารถใส่ส่วนประกอบไม่ว่าจะเป็นกุ้งสับ หมูสับ ผักต่างๆ ลงไปด้านล่าง แล้วค่อยเทไข่ที่เตรียมไว้ตามลงไป จากนั้นทำการนึ่งได้ตามปกติ จะได้ไข่ตุ๋นทรงเครื่องอีกหนึ่งเมนูง่ายๆทำได้เองในบ้านค่ะ





วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556


ครั้งที่ 15
วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556
Sunday 15 September 2013

วันนี้ได้เรียนชดเชยและอาจารย์ได้ให้แต่ละกลุ่มเขียนแผน เขียนขั้นตอนการทำอาหารที่เลือก เขียนความสำคัญของอาหาร ให้คิดว่าแต่กลุ่มจะทำอาหารอะไร มีวัสดุอะไรบ้าง ซึ่งกลุ่มของดิฉันเลือกทำอาห าร คือ ไข่เจียว และมีการเขียนแผนที่จะสอน แต่ให้เขียนใส่กระดาษ 4 แผ่น ให้แต่ละกลุ่มออกไปพูด จากนั้นอาจารย์ก็ให้เลือกว่าจะให้ทำอาหารอะไรในวันพุธ ทุกคนเลือกทำไข่ตุ๋น ครั้งหน้าในวันพุธจึงทำไข่ตุ๋นและได้ให้ตัวแทนซ้ือของมา และเก็บเงินซ้ือวัสดุอุปกรณ์ที่จะทำ
















ครั้งที่ 14           

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556
Wednesday 11 september 2013





***ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์ติดธุระ ได้สั่งงานไว้ในทำ คือบล๊อกและรูปเล่มโครงงานที่ไปศึกษาในโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง *****

ครั้งที่ 13
วันพุธที่  4 กันยายน พ.ศ. 2556
Wednesday 4 September 2013



*****ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากอาจารย์ติดธุระ และได้สั่งงานให้ทำ คือรวบรวมผลงานที่ไปศึกษาดูงานมาจากโรงเรียนทั้ง  2 แห่ง****
ครั้งที่ 12

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2556
Wednesday 28 August 2013

ได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนสาธิตม.ราชภัฏนครราชสีมา ในวันที่ 28 สิงหาคม และวันที่ 28-29 สิงหาคมได้ศึกษาดูงานที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา      
                   
   โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา หรือ "โรงเรียนนอกกะลา" เป็นโรงเรียนเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไร ในสังกัดของ กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์เขต 1 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ตั้งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์
ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2546 โดยมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา โดยการ ได้เปิดทำการเรียนการ สอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2546 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2546 จำนวน 3 ชั้นเรียน ได้แก่ ชั้นอนุบาล 1 ชั้นอนุบาล 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้คัดเลือกเด็กจากเด็กทั่วไปโดยวิธีจับฉลาก นักเรียนที่เข้าเรียนไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ข้อพิจารณาที่สำคัญคือ ผู้ปกครองต้องพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับโรงเรียนฯ ในการพัฒนาผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ ปัจจุบันมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา] เป็นผู้ถือใบอนุญาตโรงเรียนฯ และเปิดทำการเรียนการสอนครบ 11 ชั้นเรียน คือ ชั้นอนุบาล 1–2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาโดยมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา เป็นโรงเรียนเอกชนที่ไม่เก็บค่าเล่าเรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นโรงเรียนตัวอย่าง เริ่มดำเนินการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2546 ถึงปัจจุบัน ในระดับชั้นอนุบาลประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนทั้งหมด 240 คน มีครู 30 คน รับนักเรียนโดยการจับฉลาก โรงเรียนฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 50.2 ไร่ ในเขตอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเงินของมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา สร้างเสร็จและเปิดทำการเรียนการสอนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2546
ตั้งแต่เริ่มต้น นายเจมส์ คลาร์ก เป็นผู้สนับสนุนในเรื่องการลงทุนก่อสร้างโรงเรียน และสิ่งสนับสนุนทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว เป็นจำนวนเงินประมาณ 52.5 ล้านบาท นอกจากนั้น นายเจมส์ คลาร์ก ยังสนับสนุนในเรื่องค่าใช้จ่ายดำเนินการของโรงเรียนทั้งหมด ตั้งแต่ ปี 2546 - 2553 เป็นเงิน 52.5 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่ นายเจมส์ คลาร์ก สนับสนุนโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาถึงปัจจุบันเป็นเงินทั้งสิ้น 105 ล้านบาทนนอกกะลา

สิ่งที่แตกต่างจากโรงเรียนทั่วๆไป

เป็นโรงเรียนที่ไม่มีการสอบ
เป็นโรงเรียนที่ไม่เสียงระฆัง
เป็นโรงเรียนที่ไม่มีดาวให้ผู้เรียน
เป็นโรงเรียนที่ไม่ต้องใช้แบบเรียน
เป็นโรงเรียนที่ไม่มีครูอบรมหน้าเสาธง
เป็นโรงเรียนที่ได้ได้จัดลำดับความสามารถของผู้เรียน
เป็นโรงเรียนที่ครูสอนด้วยเสียงเบาที่สุด
เป็นโรงเรียนที่พ่อแม่ต้องมาเรียนรู้ร่วมกับลูก
เป็นโรงเรียนที่ทุกคนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข